หนังสือเล่มนี้พิมพ์ออกมาได้ปีสองปีแล้ว แต่ผมไม่กล้าซื้อสักทีเพราะด้วยความไม่แน่ใจกลัวเอาไปอ่านแล้วไม่สนุก เมื่อหลายวันก่อนพอรู้ว่าได้เข้าชิงซีไรต์ประกอบกับจำนวนครั้งที่พิมพ์ก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ จึงตัดสินใจควักกระเป๋าตังค์ซื้อในที่สุด
ในตอนเริ่มต้นนั้นหนังสือจะเล่าถึงชีวิตที่เรียบง่ายของเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งอยู่กับตายายในชนบทแบบไทยซึ่งอบอุ่น ช่วยเหลือเกื้อกูลและเป็นกันเอง ในช่วงนี้ของเรื่องนั้นน่าจะทำให้ผู้อ่านหลายๆท่านรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ความสุขที่เกิดจากการอ่านได้ แต่ก็สอดแทรกด้วยอารมณ์ความคิดถึงแม่ของเด็กน้อยซึ่งได้หนีจากไปด้วยเหตุทีไม่อาจทราบได้
เมื่อถึงตอนกลางของเรื่อง ในที่สุดยายของเธอก็ตัดสินใจพาเธอไปหาแม่ จากชนบทผ่านเมืองใหญ่และในที่สุดก็ถึงบ้านไม้สีขาวหน้าต่างสีฟ้าริมทะเลหัวหิน ซึ่งความปราถนาของเด็กน้อยก็เป็นจริงเมื่อเธอได้พบกับแม่ แต่เวลาของแม่นั้นกำลังจะหมดลงแล้ว เด็กน้อยพยายามใช้เวลาที่ว่านั้นให้คุ้มค่า ซึ่งถ้าจะให้เทียบตอนนี้กับจังหวะดนตรีก็คงเป็นจังหวะที่เร็วและถี่มากต่างจากช่วงต้นและท้ายของเรื่อง
…และในที่สุดเวลาก็หมดลง เด็กน้อยที่ผู้ใหญ่เกรงว่าจะมิอาจต้านความเจ็บปวดได้ ก็กลับมีความแข็งแกร่งที่น่าประทับใจ นี้อาจเป็นเพราะตัวเธอได้รับความรักที่ดีจนทำให้ยืนหยัดสู้ปัญหานี้
เมื่อถึงช่วงท้ายของเรื่อง แม่ของเธอได้ฝากให้เพื่อนทั้งสามคนช่วยนำพาเธอไปรู้จักกับชีวิตของแม่ ตั้งแต่เกิด เรียน แต่งงาน และมีลูก แม่ของเธอยังได้ทิ้งทางเลือกให้เธอตัดสินใจอย่างหนึ่ง …เป็นทางเลือกที่อาจเปลี่ยนชีวิตของเธอ ซึ่งเธอได้เลือกทางและวิธีที่แยบคายอย่างมาก เธอไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไม แต่การตัดสินใจของเธอนั้นดูเป็นการบอกพวกเราได้อย่างดีว่าความสุขนั้นอาจไม่ได้อยู่ห่างไกลอย่างที่เราคิด แต่กลับอยู่ใกล้ตัวเรา และห่างไปแค่ไม่กี่เมตรเท่านั้น
หนังสือเล่มนี้แต่งโดยงามพรรณ เวชชาชีวะ ได้รับการแปลไปเป็นภาษาอื่นถึงสี่ภาษา ได้แก่อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และญี่ปุ่น ล่าสุดเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ และตอนนี้มีตอนต่อพิมพ์ออกมาแล้วโดยชื่อว่า “ตามหาพระจันทร์”


สิงหาคม 12, 2006 ที่ 8:58 pm |
Children literature is always my favorite. I have known Khun Ngampan since she was the editor of ‘Puen-Dek’ and she has done quite a good job.
One little problem is that I usually find her translation is somewhat good but dry.
However, I would like to read these twoo books, too. Thanks for recommendation!
สิงหาคม 13, 2006 ที่ 6:15 pm |
นมัสการครับ
ล่าสุดเท่าที่ผมจำได้นะครับจากการอ่านบทสัมภาษณ์ของเธอ คุณงามพรรณได้บอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้แต่งให้เป็นหนังสือเด็กโดยเฉพาะนะครับ แต่ด้วยความที่ว่าตัวละครเอกเป็นเด็ก ก็เลยโดนจัดให้อยู่ในหมวดนั้นโดยปริยาย สำหรับผมเองเนื้อหาหลายส่วนๆมีการสอนพวกเราที่โตพอสมควร สอนบางอย่างที่ลึกมากกว่าที่จะเขียนเพื่อสอนเด็กเล็กๆเท่านั้นครับ
สิงหาคม 14, 2006 ที่ 3:24 pm |
เราเคยอ่านหนังสือหลายๆเรื่องของคุณงามพรรณ รวมทั้งแฮรี่ อ่ะแหละนะ ชอบสำนวนการเขียนมั่กๆ ถ้านายว่าดี เด้วเราจะไปลองซื้อมาอ่านบ้างอ่ะนะ…
สิงหาคม 24, 2006 ที่ 8:20 am |
ได้ยินชื่อหนังสือเล่มนี้มานาน เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน อ่านแล้วอยากชวนให้คนอื่นได้อ่านบ้าง เพราะในความรู้สึก เป็นหนังสือเล่มเล็กๆที่ให้อารมณ์สวยงาม เนื้อหาน่ารัก น่าอ่าน แต่ไม่เบาหวิวไร้สาระ
ความประทับใจคงไม่ใช่เพียงในเรื่องราวซึ่งอาจจะดูเรียบๆ ทว่าผสมผสานกับสำนวนภาษาละเมียดละไม และรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่แทรกอยู่อย่างกลมกลืนตลอดเรื่อง สำหรับตัวเอง ไม่รู้สึกว่าเป็นหนังสือเด็กเลย ข้อคิดคมคายต่างๆลึกเกินพอที่จะให้ผู้ใหญ่เอาไปตรึกตรองได้หลายตลบ แต่เป็นข้อคิดที่มาในรูปแบบเบาๆ สบายๆ ดูอ่อนโยนและอบอุ่น ไม่เคร่งเครียดบีบคั้น หรื่อยัดเยียดจนรู้สึกว่าถูกสอน อารมณ์คล้ายๆกับพูดคุยแบ่งปันกับคนที่เรารัก หรือมีมุมมองใกล้เคียงกัน
ส่วนตัว อ่านแล้วน้ำตาไหลพรากแทบตลอดเรื่อง ไม่ใช่เพราะเรื่องเศร้า แต่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านั้นกระทบใจ บางมุมทำให้ระลึกถึงงานเขียนของคุณสุวรรณี สุคนธา มีกลิ่นอายชนบทที่คนเมืองอ่านแล้วโหยหา มีอารมณ์อบอุ่นของครอบครัวที่น่ารัก แม้จะเจือสีสันความเศร้าจางๆอยู่ตลอดเรื่อง
อยากเปรียบว่างานเขียนชิ้นนี้เสมือนผ้าลูกไม้ทอมือชิ้นเล็กเนื้อละเอียด สีสันอ่อนโยนอมสีโศกนิดๆ ไม่มีลวดลายฉูดฉาด เนื้องานชิ้นเล็กๆไม่ใหญ่โต อาจไม่สามารถดึงความสนใจหากมองจากระยะไกล แต่เมื่อเข้ามาพิจารณาใกล้ๆ จะเห็นลวดลายละเอียดอ่อน ฝีมือถักทอที่ชำนาญ หยิบมามองพิศได้บ่อยๆ และแต่ละครั้ง อาจเห็นลวดลายและมุมมองใหม่ๆที่ไม่เหมือนเดิม
ถ้ามองอย่างผู้บริโภค ก็ขอบอกว่าในราคาราวหนึ่งร้อยบาทในปัจจุบันนี้ คงมีสินค้าไม่กี่อย่างที่คุณอาจจะเสพซ้ำได้หลายครั้ง และให้ความสุขง่ายๆ ไม่สิ้นเปลืองได้เทียบเท่าหนังสือเล่มนี้
สิงหาคม 25, 2006 ที่ 11:20 am |
ขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็นที่คุณkeepsmilinให้ไว้นะครับ นับว่าลึกและละเอียดมากครับ
สิงหาคม 31, 2006 ที่ 7:00 pm |
เพิ่งเคยเห็นแฮะ ปกติไม่ค่อยอ่านแนวนี้เท่าไหร่ ไว้จะหามาอ่านดู น่าสนใจดีเหมือนกัน
สิงหาคม 31, 2006 ที่ 10:15 pm |
ประกาศ วันนี้ความสุขของกะทิได้รางวัลซีไรต์ประจำปี49แล้วครับ ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
กันยายน 1, 2006 ที่ 1:45 am |
อ่าว เหรอครับ ยินดีด้วย ๆ
ปล. ไปอ่านประวัติคนเขียนแล้ว ถึงกับบางอ้อ 555+
กันยายน 1, 2006 ที่ 2:21 pm |
ไม่น่าดึงการเมืองมาเกี่ยวเลยอ่ะ…คนเค้าเขียนของเค้าดีๆ นี่หล่ะหนา “คน”
กันยายน 6, 2006 ที่ 12:12 am |
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกอึ้งมั่กมาก ไม่คิดว่าจะทำให้วางไม่ลงจริงๆ อ่านทีไร เหมือนถูกดูดเข้าไปอยู่ในเรื่องราวด้วยทุกที แต่ confirm นะว่า อ่านแล้วสนุก มีความสุขแล้วก็เศร้ามากเลยทีเดียว อยากให้คนที่ยังไม่ได้อ่าน ไปหาอ่านจัง จะได้รู้ว่า คุณงามพรรณ ผู้แต่งเรื่องความสุขของกะทิ
“ไม่ธรรมดา” นอกจากจะใช้ภาษาที่ละเอียดละออแล้ว ยังทันสมัยอีกด้วยนะ เชื่อเราๆ คุ้มสำหรับเงินร้อยกว่าบาทที่ต้องลงทุนไปซื้อมาอ่าน จริงๆๆนะ (o_o”)
กันยายน 8, 2006 ที่ 11:44 am |
ผมก็อยาก่านเหมือนกันนะ สงสัยวันนี้ต้องไปหามาอ่านบ้างแล้วละ
กันยายน 10, 2006 ที่ 11:20 am |
ช่วยกันอ่านเรื่อง ความสุขกะทิ เป็นเรื่องที่สนุกมากค่ะ และเป็นเรื่องที่น่าสงสาร
ธันวาคม 1, 2006 ที่ 1:17 pm |
ชื่นชม ในตัวผู้เขียนที่ถ่ายทอดความรู้สึกที่ละเมียดกินใจ คนที่มีชีวิตคล้ายลักษณะนี้
ธันวาคม 1, 2006 ที่ 1:18 pm |
เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ต้องเก็บเอาไว้ให้ลูกอ่าน
ธันวาคม 18, 2006 ที่ 6:39 pm |
ใครยังไม่ได้อ่าน รีบไปหามาอ่านนะคะ รับรองไม่ผิดหวัง ไม่อยากบรรยาย ไม่เชื่อต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองค่ะว่าอ่านแล้วไม่อยากวางเลย
กุมภาพันธ์ 9, 2007 ที่ 7:34 am |
กะทินี่นะสนุก!!
เราพูดจิงๆ นะ เราว่านะ โครงเรื่องมันธรรมดามากๆๆ ไม่เห็นจะมีอะไรสะดุดใจตรงไหน
จะดีก็ตรงที่ภาษาแหละน้า
อ่านแร้วธรรมดา ไม่หนุก ไม่รู้ว่าได้รับรางวัลซีไรต์ได้ยางไง เฮ้อๆๆ
ก็แล้วแต่คนเนาะ ของอย่างนี้
(ที่อ่านไป ก็เพราะอ.บังคับให้อ่าน จาออกสอบ เพื่อนำมาวิจารณ์ง่ะ)
กุมภาพันธ์ 22, 2007 ที่ 9:58 am |
ขอบคุณคุณ keepsmilin’ มากนะจ๊ะ เป็นประโยชน์ต่อการทำรายงานของเรามากกกกกกกก
^____^***
กุมภาพันธ์ 22, 2007 ที่ 9:59 am |
ขอบคุณมากนะคะ คุณkeepsmilin’ เป็นประโยชน์ต่อการทำรายงานของเรามากเลยค่ะ
เมษายน 1, 2007 ที่ 3:29 pm |
เพิ่งอ่านจบอยากอ่านตอนตามหาพระจันที่ยังหาซื้อไม่ได้
เมษายน 1, 2007 ที่ 4:18 pm |
เรื่องนี้อ่านแล้วสนุกมากกกกก อ่านแล้วไม่เครียด หามาอ่านให้ได้นะ …..
ปล. อยากให้มีเล่ม3ออกมาอีก(อยากอ่านน)
พฤษภาคม 23, 2007 ที่ 9:49 am |
สนุกมากเลย เรื่องราวเรียบง่าย น่ารักมากๆเลย
อ่านแล้วยิ้มอยู่คนเดียว ทำให้อารมณ์ดีขึ้น
มิถุนายน 6, 2007 ที่ 3:13 pm |
ซิ้งมากตั้งแต่เล่มแรกๆ ส่วนเล่ม2สนุกมากๆ
กรกฎาคม 23, 2007 ที่ 5:14 pm |
อยากให้มีความสุขของกะทิต่ออีกหลายๆๆๆๆๆเล่ม
กรกฎาคม 30, 2007 ที่ 4:11 pm |
สนุกมากๆๆเลยครับ อ่านมีทั้งความสุข รอบบิ้ม และ น้ำ ตา
กรกฎาคม 30, 2007 ที่ 4:12 pm |
มีไรก็แลกเปลี่ยนกันนะขอราบ nbew1@hotmail.com
สิงหาคม 18, 2007 ที่ 3:51 pm |
I LOVE KATI. เพราะเธอเป็นเธอ…………….
กันยายน 6, 2007 ที่ 10:54 am |
อยากให้คุณงามพรรณ แต่งเรื่องอย่างนี้อีกๆๆๆ จะคอยติดตามเรื่อยๆไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ธันวาคม 15, 2007 ที่ 8:33 pm |
หลังจากได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว รู้สึกดีมากเลยค่ะ รู้สึกเหมือนอยากมีชีวิตในบ้านริมคลองอย่างนั้น ชีวิตที่มีความสุขทางใจ ไม่มีมลพิษ หรือการแก่งแย่ง อีกทั้งยังได้แนวทางในการดำเนินชีวิต ซึ่งถือเป็นคุณค่าของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งดิฉันไม่เคยรู้สึกกับหนังสือเล่มไหนมาก่อน
มีนาคม 16, 2008 ที่ 1:59 pm |
หลังจาได้อ่านหนังสือเรื่องความสุขของกะทิทั้งสองเล่มแล้ว รู้สึกเลยว่าเหมือนเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ ต้องขอบใจเพื่อนที่แนะนำหนังสิอเล่มนี้มา เมื่อได้อ่านแล้วรู้สึกถึงความสวยงามในการใช้ภาษาอย่างยิ่ง ถึงจะเป็นภาษาที่เรียบง่ายแต่ก็ทำให้เข้าใจได้ง่ายและอินไปกับเรื่องได้กะทิเป็นเด็กกำพร้าแม่แต่ส่วนพ่อก็ไม่รู้เลยว่าคือใคร แม่ฝากกะทิไว้ให้กับตาและยายของกะทิ
ซึ่งนั่นเป็นบ่อเกิดของความสนุกที่บ้านริมคลอง…… สนุกมากเลยค่ะ ถ้าใคยังไม่ได้อ่านก็ลองไปอ่านดูนะคะรับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
มิถุนายน 15, 2008 ที่ 11:21 am |
อยากได้สักเล่มแต่ไม่มีเงิน
มิถุนายน 15, 2008 ที่ 11:26 am |
ครูให้หามาอ่านใครมีสักเล่มไหมครับขอหน่อย0849155441
กรกฎาคม 23, 2008 ที่ 6:09 pm |
อ่านแล้วมีความสุข
ธันวาคม 13, 2008 ที่ 9:43 pm |
เท่าที่ได้มีโอกาสได้อ่าน ความสุขของกะทิเป็นหนังสือที่ดีมาก
สื่อถึงราวได้ดี ทำให้อ่านแล้วยิ้มได้อย่างอิ่มใจ
ความสุขของกะทอเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่งของชีวิตดิฉันค่ะ