เที่ยวเพลินๆที่อัมพวา

ก่อนช่วงวันหยุดอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ตอนแรกนั้นไม่รู้จะไปที่ไหนดีตอนวันหยุดเพราะก็รู้สึกกลัวร้อน กลัวฝนตกไปหมด หลังจากก่อนหน้านี้ี่อยู่ในกรุงเทพฯแล้วก็มีฝนตกเข้ามาตลอด ยังไงก็ตามหลังจากที่ท่านผบ.ทบ.(ให้ทายว่าเป็นใคร แต่ไม่ได้อยู่นอกรัฐธรรมนูญแน่นอน)ได้ดูรายการท่องเที่ยวในเครือข่ายเคเบิลยักษ์ใหญ่ที่หนึ่ง ซึ่งรู้สึกว่าทางททท.จะเป็นคนทำรายการนี้ได้แนะนำให้ไปเที่ยวที่นี้ …จึงได้ตัดสินใจกันไป

อำเภออัมพวานั้นอยู่ในจังหวัดสมุทรสงคราม ไม่ไกลจากกรุงเทพฯเท่าใดนัก สำหรับที่แรกที่ได้ไปนั้นคือวัดบางกุ้งซึ่งมีโบสถ์หลังหนึ่งที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ทั้งหลัง จนไม่เห็นเค้าว่าเป็นโบสถ์มาก่อน ให้ความรู้สึกขลังและเก่าในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นสิ่งก่อสร้างของมนุษย์ที่ผสมอย่างลงตัวกับธรรมชาติด้วย (สำหรับประวัติคลิ๊กที่นี้)

วัดบางกุ้ง

ในละแวกไม่ไกลกันเท่าไรนักแต่ขับรถไปจะดีกว่า มีวัดบางแคน้อยซึ่งมีอุโบสถหลังหนึ่งที่ภายในตกแต่งด้วยไม้สักแกะสลักที่ละเอียดสวยงามและบรรจง เมื่อประกอบกับไฟตกแต่งที่สาดส่องขึ้นไปทำให้ดูราวกับว่ามีการใช้ทองนำมาแกะ

วัดบางแคน้ย

ส่วนวัดศรัทธาธรรมที่อยู่กันคนละละแวก มีอุโบสถที่ข้างในเป็นไม้สักฝังมุก เป็นวัดที่ชาวมอญที่อพยพมาตั้งแต่ครั้งกรุงเก่าแตกไม่นานนักได้สร้างไว้เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจ ภายในวัดยังมีกาละแมรามัญจำหน่าย ซึ่งเขาจะทำแบบมาห่อด้วยกาบหมากแล้วค่อยตัดเป็นแว่นๆ รสชาติและรสสัมผัสจะออกหวาน มัน แต่เหนียวกว่ากาละแมทั่วๆไป

วัดศรัทธาธรรม

หลังจากที่ไปทั้งวัดสามแห่งนี้แล้ว ผู้เขียนรู้สึกไม่ดีกับการเรียกร้องเพื่อเรี่ยไรให้บริจาคของวัดบางแห่งเท่าไรนัก หลายๆแห่งมีคนประกาศผ่านทางไมค์ตลอดซึ่งดูเสียงดังและไม่สำรวมอย่างมาก บางแห่งพระท่านเกือบจะออกมาจำหน่ายธูปเทียนได้อยู่แล้ว (แล้วที่จริง รู้สึกว่าพระบางรูปยังไปจัดการเรื่องการบริจาคเพื่อสร้างพระอุโบสถใหม่ คือท่านนั่งอยู่ตรงโต๊ะรับบริจาคแผ่นหลังคา) ผมไม่รู้ว่านี้เป็นความผิดของใครอาจจะเป็นของมัคธายกซึ่งบริหารวัดไปๆมาๆจนกลายเป็นบริษัทได้ไงก็ไม่รู้ หรืออาจจะเป็นของพระบางท่าน

วัดหลายๆแห่งทั่วประเทศตอนนี้ พวกเราก็จะเห็นแนวโน้มคือพยายามสร้างกันให้ใหญ่ขึ้นๆ แข่งกันใหญ่กันเข้าไป ซึ่งบางคนนั้นก็ทำเพื่อถวายให้เป็นพุทธบูชาอันนี้ก็น่าเข้าใจได้ แต่ปัญหาก็คือมันทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างย่อหน้าที่แล้วขึ้น มันทำให้หลายๆคนเสื่อมศรัทธา(จากที่ปกติก็แทบไม่ค่อยมีคนสนใจศึกษาหลักธรรมอยู่แล้ว)ซึ่งตรงจุดนี้น่าจะมีคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไข

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดีของพระพุทธศาสนาก็คือ มีหัวใจของศาสนาที่ไม่แปดเปื้อนง่ายๆ ถึงแม้ว่าจะมีคนพยายามที่จะทำให้เสียหายหรือทำให้ล่มสลาย หลักการต่างๆก็ยังคงอยู่ แต่จุดแข็งตรงนี้ก็ไม่ได้เป็นเหตุอันแก้ตัวได้ว่าวางเฉยต่อปัญหาดังที่กล่าวมาได้

เอาละกลับเข้าสู่การเดินทาง …ตอนกลางวันก็ได้ไปกินที่ร้านอาหารทะเลแห่งหนึ่งซึ่งได้ยินมาว่าอร่อยมากๆ แต่ก็ด้วยคนที่แห่แหนกันมาเที่ยวมากจนเกินไป ทำให้ต้องรอโต๊ะและรออาหารนานมาก และหลายๆปัญหา ทำให้ทุกคนในกรุ๊ปทัวร์จำเป็นต้องตั้งสัตย์ปฎิญาณจะไม่กลับมาที่ร้านนี้อีกต่อไป และตัวผมก็พลอยไม่อยากแนะนำร้านนี้ด้วย

ตอนบ่ายแก่ๆ …ไปที่ตลาดน้ำท่าคาหรือที่เรียกกันว่าตลาดน้ำอัมพวา เป็นตลาดน้ำยามเย็น เมื่อก่อนจะมีตลาดตามข้างขึ้นข้างแรม แต่มาสมัยปัจจุบันจึงได้จัดให้อยู่ช่วงเสาร์อาทิตย์เพื่อให้เหมาะสมต่อการท่องเที่ยว ซึ่งตลาดนี้จะคล้ายๆกับตลาดน้ำดำเนินสะดวกคือมีชาวบ้านพายเรือมาขายข้าว ปลา อาหาร ผลไม้ ในคลอง

ตลาดน้ำัมพวา

และด้วยผู้คนที่แห่แหนมาจากไหนไม่รู้ ทำให้ถนนเข้าตลาดรถติดไปหมด นี้โชคดีที่ยังมีคุณจราจรมาจัดการบ้าง แต่ด้วยผู้คนที่มากทำให้เมื่อเดินไปถึงตลาด บรรยากาศที่มีลักษณะเป็นตลาดน้ำก็กลับทำให้ได้บรรยากาศของสำเพ็งยังไงไม่ทราบ เดินไปเรื่อยๆก็ได้ยินเสียงสนทนาพอสมควรว่าที่คนมากๆนี้เป็นเพราะการโหมโปรโมทมากจนเกินเหตุนี้แหละ

เมื่อเดินไปตามริมคลองสภาพร้านค้าและลำคลองที่ดูสะอาด ประกอบกับลมเย็นๆทำให้บรรยากาศเหมาะแก่การเดิน สังเกตตามทางเรียบริมคลองจะเห็นร้านขายของที่ระลึก อย่างเช่นรูปถ่ายและเสื้อยืด เออ… ผมพยายามหาร้านขายของที่เป็นของไทยๆจริงๆก็ไม่พบ ถ้าจะเห็นก็มีแต่งานแกะสลักเล็กๆน้อยๆ บางร้านนั้นแถมเปิดเพลงแจ๊ซเพิ่มเข้าไปอีกให้ความรู้สึกเพลินๆดี แต่ก็ให้ความรู้สึกขัดแย้งยังไงไม่ทราบเมื่อมองไปยังฝั่งตรงข้ามที่ยังมีเรือนไทยอยู่ อาของผู้เขียนพูดว่า “ร้านแถวๆนี้จะคล้ายกับทางจตุจักร เอาความสะดวกสบายของตะวันตกเข้ามา รวมกับศิลป์ของทางตะวันออก” แต่ปัญหาที่ผมเห็นก็คือสินค้าที่ขายดูเป็นตะวันตกมากเกินไป ผมไม่แน่ใจนะว่านี้เป็นส่วนผสมที่ดีแล้วหรือยัง ซึ่งทุกคนน่าจะเอาไปคิดกันดู

…ถึงตอนค่ำ จุดน่าสนใจอีกอย่างก็คือการไปล่องเรือชมหิ่งห้อยตามลำน้ำซึ่งเป็นอะไรที่หาดูได้ยากแล้วในตัวเมือง ถ้าไปอัมพวาแล้วไม่ได้ดูหิ่งห้อยนี้นับว่าน่าเสียดายมาก ซึ่งเขาบอกว่าถ้าจะให้ดีสุดควรจะมาดูตอนข้างแรมเพราะหิ่งห้อยจะเปล่งแสงได้มากกว่า เมื่อพบเห็นจะมีลักษณะคล้ายๆไฟประดับบนต้นคริสต์มาส แต่จะเป็นแสงสีขาวออกเขียวนิดๆ และเมื่อได้เห็นแสงของหิ่งห้อยที่คล้ายดวงดาวน้อยๆ ประกอบกับลมเย็นๆที่พัดมาทำให้รู้สึกประทับใจอย่างมาก …อืมแต่น่าเสียดายว่าเก็บภาพมาไม่ได้เพราะไม่กล้าใช้แฟลช

เมื่อหมดวัน ผมรู้สึกว่าที่อำเภออัมพวานี้เป็นแบบฉบับที่ดีของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว คือวันหนึ่งหมดไปกับการเที่ยวที่นี้และก็รู้สึกเต็มอิ่มกับสถานที่หลายแห่ง …ถึงแม้ว่าผมจะติไว้บ้างพอควร ผมก็ยังรู้สึกชอบที่นี้

เพราะฉะนั้น …ถ้าเกิดวันไหนอยากไปเที่ยวรวดเดียว วันเดียวจบ …ก็แนะนำที่อำเภออัมพวานี้แหละสนุกแน่นอน

….สำหรับเวบแนะนำการท่องเที่ยวที่สมุทรสงคราม(คลิ๊กที่นี้)….

3 Responses to “เที่ยวเพลินๆที่อัมพวา”

  1. Thanajet nevikup Says:

    น่าอิจฉาน่ะ ได้ไปเที่ยว

    น่าสนใจดีครับ ไม่ไกลกรุงเทพด้วย ไว้ถ้าได้ไปจะมาเล่าบ้าง ดูสิว่าจะเหมือนกับที่คุณเล่าหรือเปล่า 555

  2. นายต้น Says:

    สวัสดีครับ ต้นครับ ชอบเที่ยวธรรมชาติสวยๆเสมอ
    ปัญหามีอยู่ว่าผมทำบล็อก ที่ทำจาก BLOGGER แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ทำยังไงมันก็ไม่เรียบร้อยยังขาดอะไรบางก็ไม่รู้เอาแบบหลักๆเลยนะครับ
    ผมชอบบล็อกคุณนะสวยเรียบๆดี
    ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ
    จะขอบคุณมาก
    …….นายต้น

  3. soilmatter Says:

    sorry for making a reply in English but now my notebook don’t have thai keyboard. i have to say that i blogging with no any technical and computer skill. wordpress provide me with all neccesary tool and theme to make a tidy blog. i would rather suggest to you that you might move your blog to wordpress.com ,instead. it is also possible that you can transfer all data from blogger to wordpress.com.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: