อุณหภูมิทางการเมืองที่สูงจนน่ากลัว

รูปจาก นสพ.มติชน

เหตุการณ์ความวุ่นวายที่ม็อบตีม็อบเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่เกิดขึ้นจากการเดินทางของท่านรักษาการนายกไปยังสถานที่สองแห่ง เหตุการณ์รุนแรงจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเป็นประธานเปิดตัวหนังสือและซีดีที่ระลึกนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ห้างสยามพารากอน และมีประชาชนตะโกนไล่ จนทำให้ผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณเข้าไปรุมทำร้าย และมีรปภ.ของนายกฯผลักผู้หญิงที่ตะโกนขับไล่จนล้ม ต่อจากนั้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมภายหลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับจากการเป็นประธานเปิดงานดิจิตอลล ทีเค ปาร์ค อาคารเซ็นทรัล เวิลด์ โดยมีการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และมีการวิจารณ์ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบทำร้ายกลุ่มต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณด้วย

จนกระทั่งเมื่อวานนี้ก็มีเหตุการวางระเบิดลอบสังหารนายกซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการสอบปากคำเกิดแทรกขึ้นมา ซึ่งเหตุการณ์อันหลังนี้ผมจะยังไม่ขอพูดถึง

สำหรับเหตุการณ์ม็อบตีม็อบสื่อบางส่วนได้ตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้ที่เข้าไปทำร้ายกลุ่มต่อต้านนั้นมีลักษณะร่วมกัน คือเป็นชายฉกรรจ์ล้วนๆและยังมีการแต่งกายในลักษณะคล้ายกันอีก ในขณะที่กลุ่มต่อต้านก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีบางคนที่หน้าซ้ำๆกัน ผลก็คือขณะนี้มีการพยายามของหลายฝ่าย(โดยเฉพาะไทยรักไทย)ที่จะรู้ให้ได้ถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังของกลุ่มผู้ชุมนุม

ตรงจุดนี้ทำให้ผมค่อนข้างจะงงกับเป้าประสงค์ของความต้องการนี้เป็นอย่างมาก เพราะบางคนพูดเหมือนกับว่าถ้ามีผู้อยู่เบื้องหลังของกลุ่มชุมนุมนั้นเป็นเรื่องที่ผิด ทั้งๆที่การชุมนุมโดยสงบสามารถกระทำได้ตามระบอบประชาธิปไตยและเป็นสิทธิของประชาชนไม่ใช่หรือที่สามารถจะจับกลุ่มกัน มีแกนนำ และคอยที่จะหาโอกาสชุมนุมประท้วงในที่ที่ท่านนายกเดินทางผ่านไปได้

แน่นอนผมไม่ได้สนับสนุนความรุนแรง และการชุมนุมที่เกิดความร้ายแรงต่างๆย่อมเป็นสิ่งที่ผิด แต่ตัวต้นเหตุจริงๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุครั้งนี้คือคนที่ลงมือก่อนหรือมีส่วนในการณ์นี้ไม่ใช่หรือ? ไม่ใช่ผิดกันตัวการชุมนุมเอง

มองดูจากเหตุครั้งนี้แล้วทำให้ผมเริ่มรู้สึกหนาวๆขึ้นมาว่า ถ้าเกิดมีการชุมนุมใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง เพียงแค่กลุ่มคนไม่กี่คนชกต่อย ก็อาจลามไปถึงขั้นใหญ่โตได้ตามที่หลายๆทฤษฏีในจิตวิทยากลุ่มฝูงชน(Crowd Psychology)ได้อธิบายไว้ ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริงก็คงมีแต่”สติ”และ”สันติ”เท่านั้นที่จะหยุดหรือบรรเทาปัญหาที่เกิดได้

พวกเราทุกคนต้องตระหนักได้แล้วว่าสังคมไทยไม่ได้รักสงบกันจริง หากแต่ได้ถึงเวลาแล้วว่าต้องหันหน้าเข้าหากันและเคารพในความเห็นของผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็ต้องฟังความเห็นของผู้อื่นด้วย แต่ไม่ถือโกรธในความต่างนั้น ก่อนที่เหตุการณ์รุนแรงกว่านี้อาจเกิดขึ้น และอาจกล่าวได้ว่าไม่ใช่ใครเลยที่ตกเป็นเหยื่อ …หากแต่เป็นพวกเราทุกคน

2 Responses to “อุณหภูมิทางการเมืองที่สูงจนน่ากลัว”

  1. alwayslek Says:

    Hi,
    I’m kindda lost. What is your point? I’m guessing that you didn’t want any violence in any circumtance. Well…it’s happened!!! There is no point to keep saying “I don’t want any violence” without any analysis further.

    The person who attack the old man and the young guy has to be prosecuted, no matter what! What the heck are police doing!!!!

    Last, people have the right to say anything anywhere. For example, “Fu@k Thaksin”, “Thaksin Su@k”.

    I’m not mad or angry, but I’m trying to use my constitutional right.

    Bye

  2. soilmatter Says:

    ที่ผมต้องการจะเน้นก็คือ การที่คนไทยสามารถโต้เถียงกันได้โดยไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันครับ ซึ่งจุดนี้สังคมไทยยังไม่ไปถึงได้ แต่ถ้าเป็นไปได้มันอาจช่วยให้สังคมไม่ว่างเว้นการตรวจสอบภาครัฐนานจนเกินไป
    ยังไงก็ตาม ขอบคุณสำหรับความเห็นครับจะได้นำไปปรับปรุงจุดบกพร่องให้ดีขึ้นครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: