สาเหตุของปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้(1)

จาก เวบสถาบันข่าว�ิศรา

หัวข้อที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ แน่นอนเป็นประเด็นปัญหาที่ถือได้ว่ายากแก่การเข้าใจอย่างยิ่ง แม้ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้อุบัติมาเป็นเวลานานแล้ว มีผู้คนล้มตายและได้รับความสูญเสียเป็นจำนวนมาก แต่ภาครัฐก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆ ประชาชนอย่างพวกเราก็ได้รับข่าวสารการฆ่ากันเป็นรายวัน แต่ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนทางรัฐจะปล่อยข่าวความคืบหน้าในทางที่ดี ซึ่งนับได้ว่านอกจากความสับสนกันเองในพื้นที่แล้ว ความสับสนของพวกเราๆท่านๆก็มีกันอยู่พอสมควรอยู่เหมือนกัน

เนื่องจากผมก็เป็นคนหนึ่งที่สนใจในปัญหานี้ แต่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์ตรงมาก่อน จึงจะลองทำการรวบรวมสิ่งที่นักวิจัยและนักวิชาการได้ค้นพบจากในพื้นทีมาไว้ในบล็อกนี้ครับ ซึ่งแต่ละคนก็จะค้นพบในแง่มุมและประเด็นที่ต่างกัน และกว่าจะมีการค้นพบนั้นก็ใช้เวลาพอสมควร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเขียนต่อไปนี้จะมีลักษณะเป็นตอนๆไปครับ

สำหรับในครั้งแรกนี้จะอธิบายถึงเรื่องช่องว่างระหว่างวัยซึ่งนับว่าสำหรับบุคคลภายนอกอย่างพวกเรายากที่จะตระหนักรู้ ทั้งนี้ในงานวิจัยบางชิ้นได้สรุปออกมาว่าสังคมมุสลิมในบริเวณนั้น มีลักษณะชีวิตความเป็นอยู่ที่พอเพียง รักสงบ รักถิ่นกำเนิด และไม่คิดที่จะแบ่งแยกดินแดน

คำถามก็คือแล้วทำไมถึงเกิดปัญหาเช่นในปัจจุบันได้ คำตอบก็คือคนส่วนหนึ่งทั้งเด็กและวัยรุ่นที่โตแล้วเป็นคนนอกพื้นที่ ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงขาดความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงด้านความคิดและแนวความเชื่อจากชนรุ่นเก่าท้องถิ่น และนอกจากนี้ก็ยังมีการสอนศาสนาแบบใหม่ที่จะมีพิธีให้ดื่มน้ำสาบานที่มีสีแปลกออกไป ซึ่งจากการแพร่ระบาดของยาเสพติดจึงคาดได้ว่าอาจมียาประเภทกล่อมประสาทในน้ำสาบานนั้น

และโดยปกติแล้ววัยรุ่นในพื้นที่ชอบที่จะไปพบกันที่ร้านน้ำชากันตอนเย็นๆค่ำๆ และพวกพ่อแม่เองก็ไม่ค่อยจะรู้ด้วยว่าลูกๆตนเองไปทำอะไรเพราะเชื่อกันว่าร้านน้ำชาเป็นแบบร้านน้ำชาเมื่อสมัยก่อน จึงทำใ้ห้เิกิดความห่างเหินกันระหว่างคนสองวัยขึ้นอีก

นอกจากปัญหาเรื่องช่องว่างระหว่างวัยแล้ว ยังปัญหาเรื่องของชนชั้นอีกด้วยกล่าวคือในสังคมมุสลิมของคนพื้นที่สามจังหวดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยกลุ่มบุคคลที่ถือกันว่าเป็นชนชั้นสูง ซึ่งอาจจะเป็นชนชั้นสูงด้านความร่ำรวยหรืออาจจะด้านความรู้ด้านศาสนาไม่เกี่ยวกับฐานะด้านเศรษฐกิจแต่อย่างใด ต่อจากนั้นเป็นกลุ่มชนชั้นกลางซึ่งรู้สึกว่าตนมีฐานะย่ำแย่กว่าชนชั้นกลางจีนหรือพุทธ ส่วนคนจนก็มีการศึกษาน้อยทำให้ไปทำงานนอกพื้นที่ไม่ได้

ดังนั้นจึงเกิดความเลื่อมล้ำในชุมชนมุสลิมขึ้น ซึ่งได้นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างชนชั้นและต่อจากนั้นจึงทำให้เิกิดผลสั่นคลอนต่อความเชื่อและประเพณีที่เคยมีมา

จึงกล่าวได้ว่านอกจากสังคมภายนอกที่รายล้อมเป็นสาเหตุของปัญหาแล้ว ปัญหาและความขัดแย้งภายในสังคมมุสลิมเองก็ก่อยังให้เิกิดผลด้วย ซึ่งถ้าหากว่าทางรัฐยังยุ่งอยู่กับแต่เรื่องการเมืองส่วนกลาง ยังไม่เข้าใจยังไม่ประสานงานยังทำเป็นหูทวนลม ปัญหานี้ก็คงมิอาจจบเสียได้

– สรุปจาก “ไฟใต้ฤาจะดับ” โดย ศรีศักร วัลลิโภดม มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ใน นสพ.มติชน วันที่ 28 สิงหาคม 2549

powered by performancing firefox

4 Responses to “สาเหตุของปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้(1)”

  1. KorBua Says:

    ปัญหาที่แก้เท่าไหร่ก็มีแต่แรงขึ้นเรื่อยๆ เฮ่อ!

  2. jommoj Says:

    สาเหตุที่สำคัญที่สุด เห็นจะเป็น
    ผู้นำบ้านเมืองไม่ได้สนใจแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
    มัวแต่ขึ้นไปหาเสียงที่้บ้านบ่อยๆ

  3. phrajew Says:

    Thank you for writing about this topic, Khun Soilmatter.

    As common people, what we can do is trying to understand the complicated problems as much as we can. Through the information we gather, it will eventuallly bring us some idea of the main causes of those problems.

    Although we are not in the position of power to be able to solve the problems, we have added something good rather than avoiding it or taking it for granted.

    Furthermore, we can also reflect upon it and gradually change our own view. It’s not easy at all to be open-minded, especially for anything we don’t like at the first place.

    In the ultimate sense, the change in our own mind may be far more important than anythingelse. Conflicts, wars, terorism will always be there through the history of mankind. But the most radical changes have usually been the result of some small people.

    I am looking forward to reading more of these.

    P.S. I was a good fan of A.Srisak when I was in the university. Taking the cultural aspects to understand the problems is generally more profound than other approaches.

    I am also thinking about writing something on terorism and 9/11. I will see how I can do about it.

  4. golb Says:

    สถานการณ์ใต้หลังวันที่ 19 น่าจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาหรือไม่? ซึ่งผมก็สงสัยอยู่เหมือนกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: