โปรตุเกสกับสเปน

มุมหนึ่งข�งเมื�งLisbon

ช่วงปลายเดือนกุมภาฯมีวันหยุดฤดูหนาวยาวหนึ่งสัปดาห์ ผมและเพื่อนรวมกันทั้งหมดสามคนไปเที่ยวโปรตุเกส(Portugal)กับสเปน(Spain) ความจริงแล้วสองประเทศนี้พวกเราไม่ได้กะว่าจะไปเลย แต่ด้วยความที่พวกผมได้วีซ่าเชงเก้นจากกงสุลโปรตุเกสที่เมื่องLille ทำให้เลยต้องไปที่Lisbonเป็นเมื่องแรกของทริปนี้ อย่างไรก็ตามผมขอแสดงความขอบคุณท่านกงสุลและผู้ช่วยที่ได้ช่วยเหลือพวกเราตลอดการไปเยื่อนที่นั้นทั้งสี่ครั้งด้วยกัน(เพราะเอกสารไม่ครบ+ท่านผู้ช่วยพูดภาษาอังกฤษไม่ได้) ถึงขนาดที่ว่าทั้งลัดคิวให้และก็ให้้พวกเราเข้าไปสอบถามขั้นตอนต่างๆกับตัวท่านกงสุลในห้องทำงาน

พวกผมไปที่โปรตุเกสโดยใช้สายการบิน Lowcost เพราะว่าทั้งถูกกว่าและประหยัดเวลามากกว่าการใช้รถบัสและรถไฟ ก่อนไปถึงที่นั้นมีรุ่นพี่บอกว่าเมืองหลวงของเขาจะคล้ายสลัม+ความเป็นยุโรปซึงอาจจะฟังดูแปลก แต่ไปถึงที่ Lisbon แล้วก็ยอมรับว่าเป็นความจริง เป็นสิ่งใหม่ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน(ผมไม่ได้ประชดนะ) คือตอนแรกจะเชื่อว่าบ้านเมืองทางยุโรปจะหรูๆไปหมด แต่ที่นี้เขาจะดูไม่สะอาดเท่าไรแล้วก็ตากผ้าเหมือนทางฮ่องกงเลย แต่บ้านเมืองเขาก็มีความสวยในตัวเองนะครับ ส่วนเรื่องโบราณสถานก็มีให้พร้อมครบครันอยู่แล้ว ใครไปควรไปดู Castelo de Sao Jorge เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นแทนที่ป้อมของพวกแขกมัวร์ ตัวปราสาทสวยมากครับอยู่บนเขา ขึ้นไปแล้วจะเห็นทิวทัศน์ของเมืองLisbonทั้งหมด ค่าอาหารที่นี้ก็นับว่าถูกเมื่อเทียบกับเมืองลีลล์ที่ผมอยู่ จนพวกเราสามคนคนไทยใช้จ่ายกับค่าอาหารมื้อเย็นมากจนเกินไปเพราะลืมคิดไปว่ายังไงมันก็แพงเทียบกับของเมืองไทยอยู่ดี(แต่กว่าจะรู้ตัวก็วันสุดท้ายของทริปแล้ว) อีกอย่างถ้าไปย่านฺ Baixa ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมือง คงจะต้องเจอกับคนขาย Marijuana หรือกัญชาแน่นอน แต่ไม่เป็นไรครับเพราะดูแต่ละคนสภาพไม่น่าทำอะไรใครได้ เดินๆหนีก็จบแล้ว แต่ก็ระวังตอนกินข้าวอยู่กลางลานแจ้งด้วยครับ เพื่อนผมโดนผู้หญิงคนหนึ่งแย่งน้ำไป คือเขาจะมาพูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ แล้วก็จับแก้วน้ำเดินออกไปเลย เห้อๆๆด้านจริง

บริเวณย่านใจกลางเมือง ใกล้ๆกับย่าน Baixa สังเกตตรงยอดเขาจะเห็นปราสาทที่ผมเขียนถึง

Commerce Square (Praça do Comércio)

Jeronimos Monastery ตั้งอยู่ใกล้ๆกับหอคอยฺ Belem

ไปที่สเปนไปเที่ยวที่ Barcelonaโดยใช้เครื่องบินเช่นเดิม ไปหาเพื่อนอีกสองคนที่มาเอ็กเชงที่นี้ แน่นอนต้องมีการสังสรรค์กันนิดหน่อย(ค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้าไปอีกแบบลืมตัวเช่นเคย) มาที่นี้ไปดูโบสถ์(หรือวิหาร)ชื่อว่า Sagrada Familia สวยและอลังการมาก การออกแบบโบสถ์ของคุณ Antoni Gaudi ก็ดูแปลกแตกต่างจากโบสถ์ขนาดใหญ่ทั้งหมด ที่นี้สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1883 จนบัดนี้ก็ยังไม่เสร็จเพราะไม่ใช้เงินรัฐเลย ใช้แต่เงินเอกชน ไม่รู้ว่าศิลปินบ้านเราท่านหนึ่งได้แรงบันดาลใจจากตรงนี้หรือไม่ ผลงานของ Gaudi นี้จะมีให้เห็นทั่วทั้งเมืองอีกสองถึงสามแห่ง ที่หนึ่งที่แนะให้ไปก็คือ Parc Guell เพื่อนผมอีกกรุ๊ปหนึ่งจากเนเธอร์แลนด์มาเที่ยวในเวลาไล่เลี่ยกันแนะให้ไปสวยแปลกตาดี แต่ผมไม่ได้ไปมาเพราะเหนื่อยหมดแรงไปแล้ว ส่วนย่านใจกลางเมืองของ Barcelona ที่ชื่อว่าฺ Barri Gotic และบริเวณใกล้เคียงก็สวยน่ารักดี คือเขาจะเป็นแบบตรอกเล็กๆให้เดิน แตกต่างจากเมืองใหญ่ทั่วไปที่จะเป็นย่านช็อปปิ้ง มีถนนทางเดินใหญ่โต มีร้านขายของ,ร้านเสื้อผ้า,ร้านอาหาร,ร้านหนังสือ,ร้านขายปาท่องโก๋ !?อันนี้เพื่อนผมให้ฉายาเอง ใครรู้จักช่วยบอกด้วย ข้างๆยังมีแคบหมูจริงๆวางขายอยู่ ผมไม่รู้ว่าสเปนหรือไทยเป็นต้นตำรับกันแน่..

วิหาร Sagrada Familia

ภายในตัววิหาร สังเกตทางด้านซ้ายยังคงอยู่ในระหว่างก่อสร้าง

ขนมพื้นเมืองของสเปนที่เพื่อนผมตั้งว่า”ปาท่องโก๋”

แคบหมูวางขายอยู่ใกล้ๆกัน

สนามฟุตบอลของทีม FC Barcelona

หมู่บ้านสเปนที่นำเอาอาคารหลากแบบจากหลายที่ในภูมิภาคของประเทศมาตั้งไว้ คล้ายๆกับ”เมืองโบราณ”ของบ้านเรา

ต่อมาก็ไปเที่ยว Madrid กันโดยใช้เครื่องบิน Lowcost เช่นเดิม ผมรู้สึกว่าที่นี้ไม่ค่อยมีอะไรให้เที่ยวเท่าไร ถ้าใครจะไปไม่แนะนำให้ไปดูวัง เพราะว่าเข้าไปแล้วก็ธรรมดานะ ส่วนใหญ่ช่วงสองวันนั้น พวกผมจะใช้เดินไปถ่ายรูปไปมากกว่า ที่ผมอยากแนะนำให้ไปดูกันจริงก็คือสนามชนกระทิงครับ ที่นี้เขาจะมีไกด์แนะนำให้ด้วย ผมฟังที่เขาอธิบายไม่ค่อยได้ดีเท่าไร รู้แค่ว่ากระืทิงที่เข้าสนามแข่งแล้วหลังจากจบการแข่งก็นำไปเข้าโรงฆ่า โหดร้ายจังเลยแหะ มาที่นี้ผมได้เจอกับเพื่อนกลุ่มที่มาจากเนเธอร์แลนด์ ก็ได้ไปดูแมตช์ฟุตบอลระหว่าง Real Madrid กับ..ทีมท้องถิ่นอะไรสักอย่าง ผมไม่ใช้แฟนบอลตัวจริงยังรู้สึกสนุกเลย ผลการแข่งออกมาเสมอกัน ชาวเมือง Madrid ไม่พอใจอย่างมาก ได้แต่ตะโกนด่าและขว้างเมล็ดทานตะวันลงพื้น

สัญลักษณ์ของเมือง Madrid หมีปีนต้นแอปเปิ้ล

พระราชวังที่ Madrid

สนามแข่งกระทิง Las Ventas

บรรยากาศก่อนเริ่มแข่ง

เห้อๆ… ตอนนี้ผมแทบไม่ได้อัพเดทข่าวอะไรเลย รู้แต่เรื่องอาจารย์ประกิตเผ่าบ่าไปแล้วเท่านั้น รู้สึกจะเป็นประเด็นใหญ่โตในหมู่เด็กไทยที่มาเอ็กเชงด้วยกันอย่างมาก ได้ยินมาแว่วๆด้วยว่าการเมืองนี้ร้อนมากและอาจมีการแตกหักได้ในไม่ช้า ที่ฝรั่งเศสเองก็จะเลือกตั้งประธานาธิบดีตอน22เมษาฯแล้ว อาจารย์ออกมาเตือนว่าให้ระวังตัวด้วยอาจมีการยิงเกิดขึ้นได้ ไม่รู้ว่าเป็นแบบคืนหมาหอนอย่างเมืองไทยหรือป่าว ส่วนเพื่อนที่สงสัยว่าผมมาทำอะไรที่นี้ ตัวผมเองก็ยังงงๆเหมือนกัน คือความจริงมันเป็นการมาลองใช้ชีวิตด้วยตัวเองทั้งทำกับข้าวเอง,ซักผ้าเอง,เดินทางไปทั่วเมืองโดยการเดินอย่างเดียว,วางแผนไปเที่ยวเองและอื่นๆ ถึงแม้ว่าเงินทั้งหลายยังส่งตรงมาจากเมืองไทยก็ตาม ส่วนเรื่องวิชาที่ลงที่นี้จะเป็นแบบเข้มข้นคือ เรียนตัวหนึ่งต่อสัปดาห์มีสอบไม่ก็พรีเซนต์แล้วจบ ก็วนไปอย่างนี้สิบกว่าวิชาได้ ท่าอย่างคนที่นี้เขาจะเรียนเข้าไปกัน15วิชาเลย ซึ่งอย่างพวกผมก็ทรานเฟอร์ไม่ได้ ก็เลยวางแผนว่าลงวิชาแบบให้ไปเที่ยวได้ด้วย ผลก็คือพวกเรามีเวลาไปเที่ยวอยู่มากพอสมควร ต่อจากทริปโปรตุเกสกะสเปนก็มีไปเบลเยียมและก็ไปอิตาลี ซึ่งจะค่อยๆทยอยเขียนไปแต่ก็อาจจะไม่ละเอียดเท่าไรนะครับ ถ้าเกิดใครเสริจช์มาเจอแล้วสงสัยอะไรก็ถามได้เลยจะพยายามตอบครับ

Powered by ScribeFire.

3 Responses to “โปรตุเกสกับสเปน”

  1. Korbua Says:

    โอย อิจฉาตาร้อนผ่าวๆแล้ว อยากไปสเปนมั้งอ่ะ ฮือๆ อยู่นี้มีแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ ต้องหางานทำแล้วด้วย เศร้าๆๆๆๆ เที่ยวให้สนุกนะ แต่อย่าลืมเรียนละ🙂

  2. Khun T Says:

    ขนาดว่าเป็นสลัมของยุโรปก็ยังดูดีนะ

  3. soilmatter Says:

    555 ใช่ครับขนาดเป็นสลัมของยุโรปก็ยังดูดีเลย ขอบคุณมากครับที่ยังติดตามอ่านกันอยู่ กลับไปก็ต้องไปเรียนตามปกติแล้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: