ความฝันของคนอื่น

ผมยอมรับว่า ผมไม่อยากจะทำงานนี้เท่าไรนัก ที่ผมตอบตกลงไป ก็เพราะว่าอยากลองดูว่าจะไปไหวไหมกับงานนี้ กับการเป็นนักวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์ ทั้งที่รู้คำตอบในใจอยู่แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร แต่ผมก็กลับจะพยายามฝืนความต้องการของตัวเองไปให้ถึงที่สุดเพื่อพ่อแม่ของผมแท้ๆ ด้วยความรู้สึกที่ว่าสถานะของผมจริงๆคงไม่เป็นที่ยอมรับของพ่อแม่ ผมก็เลยพยายามตามใจพวกท่านในเรื่องนี้ไป หวังว่ามันจะช่วยชดเชยอะไรบางอย่างได้ เมื่อพวกท่านรู้สถานะที่แท้จริงของผม

ตั้งแต่ผมจะตอบตกลงไป มันมีคำถามวนเวียนอยู่ในใจของผม ว่าหากผมสามารถทำงานนี้ได้จริงๆ ผมควรจะทำจะเลือกทางเดินไหนต่อไป ผมจะค่อยๆคุ้นชินกับมันและสามารถที่จะชอบมันไปในที่สุดหรือไม่ ผมควรจะละทิ้งความฝันของผมไปเลยหรือไม่ สร้างมันขึ้นมาใหม่เท่าที่เงื่อนไขต่างๆจะให้ได้

ไม่รู้นะครับ ในอดีตผมก็มีความฝันหลายอย่าง ยิ่งโตขึ้นความฝันก็ยิ่งเปลี่ยน จนกระทั่งตอนม. 6 นั้นแหละถึงรู้ว่าตัวเองอยากเป็นนักโบราณคดี เพราะว่าเป็นคนเก่งวิชาประวัติศาสตร์พอตัวอยู่ ยิ่งตอนอ่านก่อนสอบเนี่ยโคตรมันเลย จำได้แล้วได้อีก เห็นภาพกรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองออกมาขนาดนั้นเลย

แต่ก็นั้นแหละครับ ผมก็ละทิ้งมัน เพราะผู้มีอำนาจของผมเล่าว่า คุณอาข้างบ้านก็จบโบราณคดีนี้แหละ แต่ตอนนี้ทำธุรกิจส่วนตัวด้านสื่อโฆษณาซะนี้ แถมบ่นด้วยว่าคนจบโบราณคดีมาได้เงินน้อย สู้พวกโบราณคดีแถวอียิปต์อะไรยังงั้นไม่ได้หรอก

และก็อย่างที่คนที่อ่านบล็อกนี้บ้างนี้แหละครับคงทราบดีว่า ผมเลือกเดินไปทางไหน และแน่นอนผมประกอบสร้างความฝันอันใหม่อีกครั้ง ฝันตอนนั้นคืออยากเป็นนักวิชาการ มองไปไกลว่าจะเป็นด็อกเตอร์ อย่างที่หลวงพ่อวัดหนึ่งเคยให้พร(หรือทักไว้)ตอนเป็นเด็กเล็กๆ ไม่กี่ขวบ

จนถึงปีสามนั้นแหละ ผมถึงได้สร้างความฝันใหม่อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้คืออยากเป็นเจ้าของกิจการอะไรสักอย่าง ถึงจะไม่ได้เป็นผู้นำโดยธรรมชาติ แต่ผมเชื่อว่าด้วยสถานะของผม มันต้องมีกิจการที่ผมสามารถเข้าไปทำได้ โดยไม่ต้องไปแต่งหน้าหรือไปตัดผมให้ใคร เป็นดีไซเนอร์ เป็นดีเจ เป็นพีธีกร หรือเป็นนักเขียน มันต้องมีบ้างสิ ที่เป็นงานที่เพื่อนร่วมงานยอมรับในตัวเราได้พอสมควร

ฝันนี้แหละครับที่ยังอยู่กับผมมาตลอด จะว่าไปแล้วที่ผมไม่อยากเป็นนักวิชาการก็ด้วยมีอีกเหตุผลหนึ่งซึ่งฟังดูงี่เง่ามากๆ (หลังจากรู้มูลความจริงว่า องค์กรหรือสถาบันที่ต้องทำงานกับข้อมูลเยอะ มีคนโสดจำนวนมากเป็นพิเศษ) … ทีนี้ก็คงรู้นะครับว่ามันงี่เง่าขนาดไหน

กับงานนี้ผมคงทำให้ที่สุดจนหมดอายุสัญญานั้นแหละครับ อาจจะเสียเวลา แต่ผมเห็นว่ารุ่นพี่ที่ทำงานทุกคนเขาดีมากๆ (และทะลึ่งกันทั้งพี่ผู้หญิงพี่ผู้ชาย) อยากจะรู้จักพวกเขาให้มากกว่านี้ หลังจากเจอเรื่องแย่ๆกับเพื่อนช่วงมหาลัยมานาน จนตัวเองเพี้ยนไปได้พอสมควร

หวังว่าผมคงไม่ต้องไปสร้างฝันอันใหม่ อยากต่อเติมและตกแต่งฝันที่มีอยู่แล้วมากกว่า

10 Responses to “ความฝันของคนอื่น”

  1. EscRiBiTioNiSt® Says:

    รู้ว่าตัวเองฝันอะไร.. ก็ดีแล้ว..
    ฉันคิดสะเปะสะปะ ยังไม่แน่ใจอยู่เลย

  2. k-a-n-t Says:

    ฝันไว้ไกล บางครั้งก็ไปไม่ถึง
    ที่สำคัญไม่ควรหยุดฝัน เพราะความฝันเล็กๆของเราในวันนี้
    อาจกลายเป็นก้าวใหญ่ๆของเราในวันหน้า
    แต่บางครั้ง ก็ต้องตื่นมาเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย

    T^T

    จากเด็กช่างฝัน

  3. golb Says:

    ดูจะมีทางให้เลือกเดินพอสมควร ถ้าจะชะลอฝันออกไปบ้าง ชีวิตคงไม่ขึงเครียดเกินไปกระมัง

    หรือว่าไง? อินดี้

  4. soilmatter Says:

    คงเริ่มจากทำงานในตำแหน่งระดับล่างๆไปก่อนนะครับ ไม่กะจะกระโดดข้ามพรวดไปทำธุรกิจส่วนตัวไปเป็นหัวหน้าเขา เรื่องแบบนี้ผมว่าเราจำเป็นต้องรู้จักการเป็นลูกน้องที่ดีถึงจะมองออกอีกทีว่าการเป็นเจ้านายที่ดีนั้นเป็นอย่างไร

  5. Korbua Says:

    ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละพี่บัวว่านะ อย่าไปคิดไรมาก ถ้าเลือกจะเดินทางไหนแล้ว เราจำเป็นต้องอยู่กับมันให้มีความสุขให้ได้ เลือกแล้วอย่าไปคิดไรมาก ชีวิตไม่ใช้เรื่องซับซ่อนหรอกนะ ไม่ว่าเราจะเลือกมันเพราะอะไร นั้นไม่ใช่ประเดนอีกต่อไป ประเดนคือเราจะทำมันได้ดีแค่ไหน สู้ๆนะ พี่บัวขอเป็นกำลังใจให้เรา🙂

  6. siriluck Says:

    สวัสดีค่ะ คุณ Rocksand&soil ครั้งหนึ่งก็เคยตกอยู่สภาวการณ์เดียวกันเลย ได้ทำงานที่ตัวเองฝันและที่บ้านก็ชอบ แต่พอทำเข้าจริงๆกลับไม่รู้สึกสนุกและมีความสุขอย่างที่คิด แต่ก็ลองทำดูมาระยะหนึ่ง ทุกวันก่อนเข้านอนและตื่นเช้ารู้สึกหมดแรงยังไงชอบกล ไม่มีความสุขเลย พยายามมองหาสิ่งช่วยปลอบใจ มองงานและไลฟ์สไตล์ของตัวเองในแง่ดี ทำมาได้สองปี ก็รู้สึกว่าไม่ไหวจริงๆ ตอนนี้เลยออกมาทำสิ่งที่ตัวเองชอบ มีความสุขมาก ยิ้มกับตัวเองทุกวันเลย แต่ก็ไม่ได้เสียดายเวลาสองปีที่ผ่านไปนั้นหรอกนะคะ เพราะก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี มีสิ่งที่น่าจดจำมากมายและที่สำคัญคือได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า งานที่เราฝัน เราได้ทำและทำได้ แต่อาจไม่ชอบจริงๆ (ขอบคุณที่ได้มีโอกาสทำงานนี้) ขอให้กำลังใจลองทำไปสักพักนึงก่อนนะคะ เวลาที่เสียไปก็ไม่เปล่าประโยชน์หรอกค่ะแต่จะกลายมาเป็นประสบการณ์ที่ดีของเราด้วย เพราะงานบางอย่างหากเราได้ลองทำไปสักพักนึง อาจจะเข้าใจและชอบมันขึ้นมาก็ได้นะคะ ลองดูก่อนก็ดีค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ😀

  7. soilmatter Says:

    พี่บัวครับ ตอนนี้หยกว่าสำหรับตัวหยกเองยังไม่ถึงจุดที่เลือกมาทำงานตรงนี้แล้ว จะต้องให้มันเป็น career ไปตลอดชีวิตของผม หยกคงใช้เวลาไม่นานในการเลือกอาชีพที่เข้ากับตัวเองได้จริง แต่เรื่องพวกนี้มันก็ไม่แน่นอนหรอกครับ ในที่สุดเราอาจจะหางานที่ perfect กับเรา 100% ไม่ได้ ก็ต้องทำมันให้ดีสุด อย่างที่พี่บัวบอก

  8. ake Says:

    อืมมมม
    ชีวิตคนเรา เดินเร็วบ้าง เดินช้าบ้าง
    จะไปทางตรง ทางลัด หรืออ้อมโค้งก็ดี
    ทั้งหมดก็เพื่อการเติบโตของเราครับ
    ผมคิดงี้นะ

    สู้ๆ นะครับผม

  9. EscRiBiTioNiSt® Says:

    จะตอบทางไหนดีล่ะเนี่ย
    เรื่อง foosci ช่วยแปลแล้วเขียนลงได้ค่ะ
    ว่าแต่ เวลาอ่านข่าว ต้องไปอ่านจากที่ไหน?
    อาจจะต้องให้แนะนำขั้นตอนกันหน่อย
    เพราะว่าปกติไม่ใช่เด็กสายวิทย์😀
    เลยไม่ได้มี feed เว็บในเชิงนี้ไว้
    ยินดีอย่างยิ่งค่ะ
    (เรียนจบแล้วว่าง..)

  10. งานพาร์ทไทม์ Says:

    Good write-up. I certainly love this website. Stick with it!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: