Archive for สิงหาคม, 2008

เรื่องงานหรือเรื่องคนรัก

สิงหาคม 23, 2008

Puzzle

หลายคนคงจำกันได้นะครับ เมื่อสองเดือนที่แล้วที่ผมเริ่มทำงานที่นี้ ผมทำเพราะว่าต้องการให้พ่อแม่ของผมพอใจ ในตอนนั้นตัวผมเองไม่ได้ต้องการจะมาเป็นนักวิจัยอะไรกันเลย แค่ไม่อยากจะขัดใจอะไรพวกเขาอีก เพื่อว่าถ้าเขารู้สถานะของตัวผมแล้ว พวกเขาและญาติๆของผมจะลดละ ไม่ด่า ไม่ส่งผมไปดัดสันดานที่ไหน ที่ผมคิดถึงขั้นนั้นเพราะจากคำพูดต่างๆของเขาแสดงให้เห็นว่าเป็นพวกเกลียดเกย์อย่างรุนแรง ถ้าผมเปิดเผยตัวกับทางนี้เมื่อไรคงใช้เวลาเป็นปีๆถึงจะเคลียร์เรื่องให้สงบได้

อะ… กลับเข้าสู่ประเด็น ตอนนี้ผมคิดว่าผมก็พอทำงานเป็นนักวิจัยได้นะ อาจจะเป็นงานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนเท่าของพวกพี่ๆ แต่งานที่ทำอยู่ก็ช่วยให้ผมเห็นนะ ว่าถ้ายิ่งนานเรายิ่งทำเราก็จะมีความเก่งมากพอที่จะทำำงานระดับพวกพี่ได้ อาจจะใช้เวลาสักปีสองปีถึงจะเก่งขนาดนั้นได้ก็เถอะ

ยิ่งผมเห็นเพื่อนๆของผมที่จบมาสาขาอื่นๆ ที่หางานมาได้เดือนสองเดือนแล้วยังไม่ได้งานสักที ทำให้ผมเห็นนะว่าอย่างตูเองมันจะไปรอดหรอ เกียรตินิยมอะไรก็ไม่ได้ ใครจะรับเข้าทำงาน แผนที่ว่าทำงานอยู่ที่เดิมให้ครบสัญญาแล้วไปหางานใหม่จึงยุบไป และแผนใหม่คือจะต่อสัญญาให้ถึงพฤษภาฯปีหน้าเลย แล้วก็ค่อยไปเรียนต่อ

ที่นี้นะครับ อย่างทีผมบ่นๆไว้เมื่อหลายโพสต์ก่อน ที่ผมพูดถึงเรื่องพี่หลายคนที่ทำงานที่พยายามยั่วให้ผมเปิดตัวเนี่ย ผมได้เล่าว่ามีพี่อีกคนในที่ทำงานที่เป็นอย่างผมเนี่ยแหละ เขาเป็นคนเก่งมากนะครับ เรียนจบโทมหาลัยด้านเศรษฐฯชื่อดังของอังกฤษ ทำงานที่นี้มาได้สองปีกว่าแล้ว และไอ้ที่เห็นท่านรัฐมนตรีพูดในงานสัมมนา หรือวงเสวนาคุยกันในงานสัมมนา่ถ่ายทอดสดเนี่ย เป็นพี่เขาเขียนทั้งนั้น ไอ้สไลด์สวยๆ การควบคุมคิวในระหว่างรายการพี่เขาก็ทำทั้งหมด พูดกำกับคุมวงเสวนาที่คนเป็นร้อยเข้าร่วมได้ ผมว่านะคนบ้าอะไรทำงานได้เก่งขนาดนี้

ตอนที่ผมรู้ว่าเขาเป็น เวลาผมเจอเขาผมก็ยิ้มๆให้นะ ก็งงตัวเองเหมือนกันว่าทำอะไรในตอนแรก เพราะพี่เขาหน้าตาก็ดูธรรมดาไม่ได้หล่อเป็นพระเอกหลุดออกมานอกจอซีรีย์เกาหลีอะไรขนาดนั้น แต่ตอนหลังก็รู้ตัวว่าชอบพี่เขาแล้ว ไม่รู้ด้วยว่าทำไมถึงชอบ ผมก็พยายามถามข้อมูลจากพี่คนอื่นว่าพี่เขามีแฟนหรือยังอะไรทำนองนี้ ก็ได้ว่าเหมือนจะมีอยู่ แต่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นพวกแอบมีแฟนเป็นผู้หญิงอยู่หน้าฉากอยู่

และพวกพี่ทำงานอีกสองคนก็เชียร์ผมกับพี่เขาเหลือเกิน ถึงจะออกแนวตลกขำๆ แต่ว่ามันก็ช่วย “Build” บรรยากาศทางฝั่งผมมาก (ต้องขอบคุณคอมเม้นท์ของพี่ Ake ที่ทำให้ผมตาสว่างว่าพวกพี่ๆที่ทำงาน ไม่ได้เป็น Homophobia เลยอย่างที่ผมกำลังคิดในตอนนั้น) ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง ฝั่งพี่เขาคนนั้น ผมก็ยังบ่หู้นะ อย่างมากสุดที่พวกผมทำกันตอนนี้ ก็ยิ้มกลุ้มกลิ่มใส่กัน และก็กลับบ้านกับรถ Taxi ด้วยกัน (บังเอิญว่าบ้านผมอยู่ซอย 8 ส่วนบ้านพี่เขาอยู่ซอย 10) แต่ยังไม่ได้โทรศัพท์คุยกัน

ตอนนี้ก็ยังงงว่าจะเข้าหาพี่อย่างไรถ้าจะไม่เสียมารยาทและไม่กวนเพราะดูพี่เขายุ่งตลอดเรื่องงาน เพราะมันเป็นงานใหญ่ถ่ายทอดสด คนเข้าร่วม 600 – 700 คน มีไปอีกหลายครั้ง อีกอย่างก็สงสัยว่าตัวเองดูไม่ค่อยเสมอกับพี่เขาเท่าไร ตระกูลพี่เขาเป็นตระกูลไฮโซชื่อดัง(แต่ดูพี่เขาไม่ไฮโซเอาซะเลย ดูลุยเกินไปสำหรับผมด้วยซ้ำ) ตัวพี่เขาก็เก่งมาก พูดจาเป็นจังหวะจะโคน วิเคราะห์นั่งฟังจับประเด็นได้เก่งมาก ส่วนตัวผมแทบไม่มีอะไรเลย แถมยังออกแนวบ๋องๆด้วย ฟังอะไรก็ไม่ค่อยได้ยิน ประสบการณ์น้อย อายุห่างจากพี่เขาถึงสี่ปีด้วยกัน (และเก่งแต่เรื่องขยันทำงานหนักแบบไม่ใช้สมอง) แล้วพี่เขาจะสนใจผมหรือ

…แต่ผมก็วะ จะลองดู จะลองดู ลองดูสักตั้งดู หลังจากก่อนหน้านี้ปล่อยให้ชาวบ้านมาจีบ แล้วก็ทั้งหมดสอบตกหมด บุกมาถึงห้องนอนเลยก็มี(อันนี้น่าเกลียดมาก) ไม่ก็เข้ามาตอนผมความรู้สึกช้า กว่าจะรู้ตัวก็เดินหายไปแล้ว (ไอ้สาเหตุหลังนี้ ไม่รู้ปล่อยหลุดไปกี่คนแล้ว เพราะผมมันความรู้สึกช้าจริงๆ)

ก็เลยเกิดคำถามในใจว่าที่ผมอยู่ต่อ มีเรื่องคนรักเข้ามาเกี่ยวด้วยหรือป่าว ผมกำลังตาบอดหรือป่าว ยิ่งบางวันไอ้พี่ที่ทำงานสองคนก็เชียร์กันจนผมไม่มีสมาธิในงานที่ทำก็มี จะเป็นปัญหาตอนจด Minutes มาก เพราะบางทีใจมันหลุดไปนอกการประชุมเลย (ยิ่งพี่คนนั้นเข้ามาด้วย ก็ยิ่งหลุด) บอกกับตัวเองได้แค่ว่าต้องใจเย็นๆ คุมใจตัวเอง แบ่งเวลาให้ถูกให้ได้

แล้วตูจะทำได้ไหมเนี่ย (- -‘)

Advertisements

เป็นซะเอง (ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง)

สิงหาคม 11, 2008

ว่าแต่เขา�ิเหนาเป็นเ�ง

เมื่อก่อนนั้นผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบให้ใครมาซักถาม หรือเซ้าซี้สงสัยในตัวผมว่าเป็นเกย์หรือไม่เป็น ผมไม่ชอบมากๆ ยิ่งพวกญาติพี่น้องของผม โดยเฉพาะคุณอาคนหนึ่ง ที่ตั้งคำถามสงสัยในตัวผมมากๆ ถามแม้กระทั่งในงานเลี้ยงวันรับปริญญาของผมเอง ซึ่งแน่นอนผมก็บ่ายเบี่ยงไปว่า ผมไม่ได้เป็นแต่อย่างใด

ในช่วงเทศกาลรับปริญญาของสี่มหาลัยในเดือนที่แล้วและเดือนนี้ ผมได้เจอเพื่อนสมัยมัธยมบ่อยมากขึ้น เขาก็มางานผมและผมก็ไปงานของเขา

และผมก็ได้เจอเพื่อนที่ผมเคยสนิทมากคนหนึ่งด้วย เขาไปคนหน้าตาดีมากๆถึงแม้ส่วนสูงอาจจะไม่มากนัก แต่ก็เคยมีน้องผู้หญิงเคยไล่ตามตอแยตลอดสมัยมัธยมปลาย นอกจากนี้เขาก็ค่อนข้างแต่งตัวเก่งด้วย

ที่นี้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น กิริยาท่าทางของเพื่อนผมคนนี้เขาแสดงออกมากๆในช่วงหลังๆที่ได้เจอกัน ถึงแม้ว่าจะพูดมึงกูอะไรก็ตามที แต่ท่าทางชี้มงชี้มือ การจับกระเป๋าตังค์ การแบกเสื้อรับปริญญา การเดินที่ออกอาการมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้เพื่อนๆอดสงสัยไม่ได้

และเพื่อนของผมเขาก็ถามไปนะว่ามันเป็นหรือเปล่า แน่นอนมันก็ตอบว่าไม่เป็น ตอนนั้นผมไม่อยากยืนฟังอยู่ด้วย ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเหมือนกัน ทั้งสงสัยแต่อีกใจหนึ่งก็รู้ว่าคนที่โดนถามอย่างนี้บ่อยๆก็ทรมานเหมือนกัน

บอกกับตัวเองอย่างเดียวว่า อย่าไปสงสัยในตัวเขา ต้องไม่ถามเขา ต้องเห็นใจเขาบ้าง ถึงแม้ต่อมอยากเ-ือกของตัวเอง จะหลั่งสารอยากเ-ือกมากก็ตาม