Archive for the ‘สัพเพเหระ’ Category

Sock and Awe!

ธันวาคม 22, 2008

sock-and-awe

เกม Sock and Awe! เลียนแบบเหตุปารองเท้าที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อนครับ แต่คราวนี้นักข่าวคนนั้นจะได้รับโอกาสมากขึ้นกว่าเดิมตั้ง 30 วินาที กับรองเท้าจำนวนไม่จำกัดครับ เกมนี้ผมเจอเพราะใช้ StumbleUpon Toolbar ใน Firefox ครับ (แอบโฆษณากันหน่อยหนึ่ง)

Posted using ShareThis

ต้องเปลี่ยน…

ตุลาคม 23, 2008

หมู่นี้ผมไม่ค่อยได้อัพบล็อกเลยเพราะไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร ส่วนงานก็เยอะวุ่นวายจนหมดปัญญาสร้างสรรค์เรื่องอื่นๆ แต่ก็นะไม่อยากให้เดือนนี้ผ่านไปโดยไม่ลงอัพเดทอะไรกันเลย และก็บังเอิญจริง พอดีเมื่อวานนี้เปิดหนังสือพิมพ์มติชน เห็นอะไรน่าสังเกตเลยอยากจะเอามาลงดู แล้วก็นะเจ้ากรรมจริงๆ นสพ.ฉบับก่อนๆโดนขายไปให้คนข้างๆบ้านแล้ว เพราะเขาจะเอาไปเก็บขี้หมา โชคดีที่เพิ่งขายไปเมื่อวานเลยยังไปตามถ่ายรูปนสพ.มาได้

รูปด้านล่างเนี่ย มันจะเป็นประกาศรับสมัครงานของหนังสือพิมพ์มติชนอยู่ในหน้าข่าวบันเทิงนะครับ รู้สึกว่าจะประกาศหามานานกว่า 2 เดือนแล้ว (หรือนานกว่านั้น) ลองมาดูกันดีกว่าครับ ว่าประกาศชิ้นนี้มีรูปแบบเปลี่ยนไปยังไงบ้าง

Oct 7

ประกาศของวันที่ 7 ต.ค. 2551 (more…)

ร้านอาหารรำพึง

กันยายน 4, 2008

DSCF9364

ร้านอาหารที่จะแนะนำในวันนี้อยู่ไกลกทม.ออกไปหน่อยนะครัับ อยู่จังหวัดสิงห์บุรีนู่นแหนะ เป็นร้านอาหารไทยที่เลื่องชื่อของจังหวัดเลยทีเดียว เมื่อก่อนผมนั่งรถมากับครอบครัว แล้วก็จะมาเสียเที่ยวตลอด เพราะขับมาทีไรก็จะเห็นร้านปิดทุกที ขับมาเสียเที่ยวอย่างนี้ประมาณ 2 – 3 รอบเห็นจะได้

จนมาประมาณช่วงเดือนเมษาฯ พ่อผมกับญาติผมอีก 2 คนได้ไปกินร้านนี้ ก็ได้กินกันอย่างอร่อยสุดยอด มีกันแค่ 3 คน แต่กินเข้าไปกันตั้ง 5-6 อย่าง เพราะมันอร่อยจริงๆ อิ่มแล้วก็ยังอยากลองสั่งเพิ่มอีก เลยเป็นว่าหลังจากนั้นก็จัดกินข้าวกับญาติกลุ่มใหญ่อีก 20 คนตามมา 2 ครั้งติดๆกัน

ด้วยความที่วันนั้นมีญาติมากินกันเยอะ เลยสั่งได้ 8 อย่างด้วยกัน ใครไปกันน้อยอย่าทำเลียนแบบนะครับ

1. ทอดมันปลากราย จานนี้ก็ถือว่าอร่อยใช้ได้ตามมาตรฐานทั่วไป

DSCF9324

2. ปลาไวซาเลียนึ่งซีอิ๊ว ชื่อปลาอันนี้จะแปลกมากครับ ไปถามพ่อค้าขายปลาที่ไหนเขาก็คงตอบไม่ได้ เพราะมันเป็นชื่อที่เจ้าของร้านเขาตั้งเอง เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่ง ฝรั่งจ้างให้เขาไปสอนสูตรอาหารให้ถึงที่อเมริกา เห็นว่าได้ไปเที่ยวลาสเวกัสด้วย ได้เงินค่าจ้าง 2 แสนบาท ไปสอนที่เมืองไวซาเลีย แล้วก็คงมีการลองเอาปลาที่เมืองนี้มาทำดู ปรากฏว่าเนื้อออกมาได้เหมือนปลาหิมะมาก แต่ราคาถูกเพราะไม่มีใครกินกัน เลยเป็นที่มาว่าเจ้าของสั่งซื้อปลาชนิดนี้มาตลอด และก็ไม่เปิดเผยว่าปลามันมีชื่อจริงๆว่ายังไง เพราะคงกลัวว่าถ้ารู้กันมากๆแล้วจะทำให้ราคาสูงขึ้น (ตามหลัก Demand & Supply) สำหรับจานนี้ให้คะแนนไปเกือบเต็มเลย

DSCF9336

3. ปลาช่อน 3 รสใส่คะน้า เป็นปลาช่อนที่ทอดจนกรอบ รสออกหวานเล็กน้อย เสริฟ์คู่กับคะน้าครับ ได้คะแนนเกือบเต็มเช่นเดียวกัน

DSCF9338

4. เม็ดมะม่วงผัดไก่กรอบ จานนี้ได้คะแนนเต็มสิบครับ ไก่(บวกกับหนังไก่ปริมาณสูง)ทอดจนกรอบ จนดูเหมือนพวกเรากำลังกินแคบไก่กันอยู่ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดเด่นของจานนี้เลยทีเดียว นำมาผัดกับต้นหอมนิดหน่อย จานนี้รสออกหวานเล็กน้อย อร่อยมากๆครับ เป็นจานที่ต้องสั่งมาจริงๆ

DSCF9341

5. ปลาม้าผัดฉ่า จานนี้เผ็ดร้อนพอสมควร แต่คนกินเผ็ดไม่เก่ง(อย่างผมคนหนึ่งละ)ก็กินได้ จานนี้ได้คะแนนเกือบเต็มเช่นเดียวกัน

DSCF9342

6. ต้มยำพุงไข่ปลาช่อน ญาติๆ พ่อแม่ และน้องของผม ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า นี้เป็นต้มยำที่อร่อยอันดับต้นๆของประเทศไทยเลยทีเดียว แต่ก็นะผมเป็นพวกกินต้มยำไม่เก่งเท่าไร เลยเฉยๆกับจาน(หม้อนี้) แต่ขอให้สั่งมากันเป็นการดีกว่าครับ เดี๋ยวจะหาว่าผม bias

DSCF9346

7. ปลาหมึกผัดไข่เค็ม นี้เป็นที่สุดของที่สุดในร้านนี้แล้ว อร่อยสุดยอดโคตรๆ กินแล้วเกือบกรี๊ดแต๊วแตก(อันนี้ เว่อร์นะ) ปลาหมึกคลุกกับไข่เค็มทอดจนกรอบ นำมาผัดกับต้นหอมพอควร ซึ่งจานนี้รสจะออกมันๆเค็มๆกรอบๆ ซึ่งเป็นสามลักษณะเด่นของจานนี้ นักวิชาการด้านการครัวในตระกูลของผม(ก็แม่ๆ ป้าๆ พ่อๆ นั้นแหละ)ยังคงถกเถียงกันว่า พ่อครัวได้ทอดปลาหมึกก่อนแล้วคลุกไข่เค็ม หรือว่าคลุกไข่เค็มแล้วค่อยเอาไปทอด ทว่าจะเถียงกันเท่าใดก็ซ้ำจานนี้กันหลายรอบพอควร จนลูกหลานร้อนๆหนาวๆกันไปตามๆกัน หลังจากเห็นญาติผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านตักจานนี้กันไม่หยุด

อย่างไรก็ดีจะเห็นได้ชัดนะครับ ว่าร้านนี้ใช้เทคนิคการทอดจนกรอบในหลายจานด้วยกัน เช่นจานที่ 3 4 7 และ 8 ซึ่งเม็ดมะม่วงผัดไก่กรอบและปลาหมึกผัดไข่เค็มที่เป็นสุดยอดของร้านก็ใช้เทคนิคนี้

DSCF9347

8. ปลาม้าผัดพริกไทย จานนี้ก็อร่อยพอควรครับ จะลองสั่งมาชิมก็ได้ (ถ้าไม่รู้จะสั่งอะไรกันแล้ว)

DSCF9350

ส่วนรูปข้างล่างนี้ก็จะเป็นหน้าร้านนะครับ ก็จะเห็นเตาแก๊สสี่เตาได้ เอาไว้ใช้งานทอดๆทั้งนั้น ส่วนคุณลุงคนเสื้อม่วงคือเจ้าของร้านครับ แกอัธยาศัยดีนะ แต่จะออกแนวโวยวายหน่อย เอี้ย อ่า อึง อู มาหมด แต่จะออกแนวเล่นกับลูกค้านะ มีอยู่ทีหนึ่งพวกเราสั่งปลาหมึกผัดไข่เค็มมาบ่อยมาก จนแกแซวว่าจะกินอะไรมากนักหนา(พูดแนวโวยวายตามสไตล์แกละนะ) พวกเราก็ขำๆกัน

DSCF9361

ตามนามบัตรร้านนี้เปิดตั้งแต่เที่ยงยันสามทุ่มครึ่ง แนะนำว่าถ้ากลัวคนเยอะก็ให้มาตั้งแต่ 11.30 เลย ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนขุนสวรรค์ อ.เมือง จังหวัดสิงห์บุรี ก็คือว่าถ้าออกมาจากกทม.ทางถ.พหลโยธิน พอมาถึงแยกต่างระดับเข้าเมืองสิงห์บุรี ให้เลี้ยวซ้ายที่แยกนี้ ประมาณ 2 กม.ก็จะเข้าเมืองสิงห์บุรี เข้ามาเรื่อยๆก็จะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากข้ามแม่น้ำแล้วพอเจอสี่แยกไฟแดงอันแรกให้เลี้ยวซ้าย ตัวร้านจะอยู่ต้นๆถนน ตรงข้ามกับปั้มเชลล์ครับ

ถ้าเกิดหาร้านไม่เจอจะลองถามทางคนในจังหวัดดูก่อนได้ ผมเชื่อว่าน่าจะตอบได้หมดเพราะปกติร้านไหนดังๆของจังหวัด คนในจังหวัดจะตอบได้อยู่แล้ว หรือถ้าเกิดหลงทางกันจริงๆลองโทรไปที่เบอร์นี้ของร้านก็ได้ โทร. 036-520757 ครับ

ร้านอาหารพึงชม

กรกฎาคม 20, 2008

DSC00680

วันนี้ขอพาไปดูร้านอาหารแนวปักษ์ใต้แถวๆบ้านร้านหนึ่งชื่อว่า “พึงชม” ซึ่งพ่อแม่ผมค้นพบมานานแล้วแต่มักจะมองข้ามเสมอเวลาหาอะไรกินนอกบ้าน พวกเรามักจะมองหาไปซะไกลเวลาหาร้านอร่อยๆกินเข้าตำรับใกล้เกลือกินด่าง ไม่ก็วนอยู่กับร้าน “สนั่น” อันมีชื่อเสียงจนเบื่อไปๆตามกัน(แล้วจะแนะนำในโอกาสต่อไป)

แม้ว่าจะเป็นร้านอาหารสไตล์ใต้ๆก็ตาม อาหารในร้านกลับไม่มีรสจัดมากเกินเหตุ ที่สังเกตอาหารส่วนใหญ่จะโดนปรับรสชาติมาบ้างพอสมควรแล้ว และมีความกลมกล่อมอยู่ในทุกๆจาน ความเผ็ดอาจถือได้ว่าเด็กยังพอเอาอยู่(ยกเว้นแกงต้มยำ) คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงว่าอาหารทุกจานจะเผ็ดไปหมด เว้นซะว่าคุณลูกกินพริกชี้ฟ้าไม่ได้เลย

วันนี้ผมสั่งอาหารมาด้วยกันห้าอย่างดังนี้ครับ

1. ไก่ตะเกียบ เป็นไก่ที่เอาเนื้อกระดูกส่วนไหนซักอย่าง กินคู่กับซอสพริกเข้ากันดียิ่งนัก ส่วนใหญ่สั่งมามักจะมาเป็นจานแรกเสมอ

DSC00681

2. ผัดดอกขจรกุ้งสับ นับว่าเป็นผัดดอกขจรที่ผัดเข้ากันได้อย่างดีทีเดียว ผัดดอกขจรที่ผมกินมาจากที่อื่นมักจะหันออกมายังเป็นช่อใหญ่อยู่ แต่ของที่นี้ทั้งกุ้งและดอกขจรจะถูกสับเป็นชิ้นๆให้มีความเข้ากันทั้งสองส่วนผสม แต่ก็ไม่สับดอกซะจนเละเกินไป ที่น่าสังเกตคือเทคนิคการสับให้เป็นชิ้นเล็กๆนี้จะเห็นได้ในสองจานถัดไปและเมนูอื่นด้วย

DSC00686

3. ผัดสามเหม็น ผัดวุ่นเส้นกับสมุนไพรเหม็นๆทั้งสามอย่างอันได้แก่ ชะอม,กระเทียมดอง(ผมว่าไม่เหม็นนะ)และสตอ จานนี้มีจุดเด่นคือเรื่องความหวานมันและกลมกล่อมครับ

DSC00687

4. ใบเหมียงผัดไข่ อันนีเป็นอาหารใต้แท้ๆเลย วันนี้มาแปลกมากครับ ครั้งก่อนที่ผมมากินใบเหมียงจะโดนสับไม่ละเอียดเท่าไรนัก แต่วันนี้คงเปลี่ยนแม่ครัวหรืออะไรไม่ทราบ เขาสับละเอียดมากจนดูเหมือนยำยังไงชอบกล ความหวานมันอร่อยยังอยู่คงเดิมแต่ผมชอบแบบสับไม่ละเอียดมากกว่า

DSC00684

5. ต้มยำเห็ด ชามนี้เป็นเมนูที่เราลองสั่งกันเอง ผมเฉยๆนะครับแต่อย่างพ่อผมจะชอบ  ครอบครัวผมมักจะชอบสั่งทั้งทอด,แกงและผัดให้ครบอยู่เสมอ อาจจะลองดูแกงต้มยำอย่างอื่นดูก็ได้ครับ รับรองรสชาติไม่เลวร้ายแน่

DSC00688

ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยอารีย์(ซอยพหลโยธิน 7) ขับเข้าซอยเล็กน้อยจะเห็นตึกหลังใหญ่ชื่อ “ยศวดี” อยู่ด้านขวามือ ตึกหลังนี้ขนาบข้างด้วยซอยทั้งซ้ายขวา ให้เข้าซอยที่อยู่อันถัดไป(ชื่อว่าซอยเจือจิต) ขับเข้าซอยไปเล็กน้อยจะเจอกับประตูเข้าร้านตรงสุดซอย ตามภาพข้างล่างนี้

DSC00689

ร้าน�าหารพึงชม

ผมเองทราบอย่างเดียวว่าร้านเปิดช่วงเย็นๆถึงสามสี่ทุ่ม และปิดวันอาทิตย์ ช่วงเวลาเปิดจริงๆคือ 11.30 – 14.30 น. และเปิดอีกทีตอน 18.00 – 22.00 น. (อันนี้เอามาจาก เว็บบอร์ดThairunning.com )

หมายเหตุ : โพสต์นี้เขียนค้างไว้ตั้งแต่เดือนมีนาฯแล้ว

เย็นตาโฟเสาชิงช้า

มีนาคม 2, 2008

dscn5660.jpg

ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟร้านนี้ชื่อเต็มๆว่า “เย็นตาโฟนายอ้วนเสาชิงช้า” โดยปกติเย็นตาโฟหรือก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยมักจะมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน เช่นลูกชิ้นอร่อยหรือเส้นอร่อย ร้านนี้ถึงแม้ว่าเส้นหรือลูกชิ้นเขาอาจจะไม่สุดยอดขนาดนั้น แต่เมื่อมารวมในชามเดียวกันกลับมีความอร่อยอย่างมาก

dscn5658.jpg

(more…)